เล่าเรื่องจริงที่พบมาด้วยตัวเอง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยครับ

 เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อซัก 3 ปีที่แล้ว  น้อง ๆ ที่ทำงานได้จัดไปเที่ยวในวันหยุด 2 วัน 1 คืน ครั้งนี้ไปกันประมาณ 11 คนมีผู้หญิงไปด้วย 2-3 คน สถานที่ที่ไปคือ นครนายก คนจัดจองรีสอร์ทไว้เป็นบ้านในป่า 1 หลัง ผมก็ไปกับพวกเค้าด้วย

 สถานที่นั้นร่มรื่น เป็นบ้านในป่าจริง ๆ คือต้นไม้สูง ใหญ่ แต่ไม่รก ที่พื้นแทบไม่โดนแดดสัมผัสเลย อากาศเย็น ชื้น ลุงเจ้าของพาเดินดูบริเวณป่ารอบ ๆ อย่างภาคภูมิใจ มีการเดินท่อน้ำเพื่อรดน้ำต้นไม้ เวลาให้น้ำก็แค่เิปิดก๊อกอย่างเดียว น้ำก็จะหยดไปทั่วบริเวณ

 เย็นนั้น  พวกเรากินข้าวที่คุณป้าทำให้อย่างเอร็ดอร่อย ผมเลือกที่จะร้องคาราโอเกะกับน้องอีกคนที่ลุงเตรียมไว้ ในขณะที่กลุ่มน้องผู้ชายก็เล่นกีต้าร์ ร้องเพลง และร่ำสุรากันกับลุง ส่วนกลุ่มผู้หญิงก็จัดข้าวของในบ้านพักและเสวนากันตามภาษาผู้หญิง

จนตกดึก ประมาณ 5 ทุ่ม ผมกับน้องเลิกร้องคาราโอเกะแล้ว ไปรวมกลุ่มกับลุงและน้องที่ยังร่ำสุรา ร้องเพลงกีต้าร์ไ่ม่เลิก ลุงเล่นกีต้าร์เก่ง ร้องเพลงเพราะ

เล่นกันต่อซักพัก ก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำ และเตรียมเข้านอน ทางกลุ่มผู้หญิงแบ่งห้องไว้เรียบร้อย คือ ห้องผู้หญิงห้องนึง ผู้ชายอีกห้องนึง ในห้องผู้ชายนี้มีเตียงสองชั้น 2 เตียง อยู่คนละฝั่งของห้อง ห้องนี้ต้องนอน 5 คน ผมเลือกที่จะนอนพื้นระหว่างเตียง น้องที่เหลือก็นอนกันที่เตียงทั้งคู่นั้น

ผมเข้านอนก่อน และหลับไปก่อน ก่อนนอนถอดพระเครื่องไว้ใกล้หมอน พยายามสวดมนต์ จำได้ว่าสวดบทพาหุงฯ มหากาฯ ได้แล้วก็หลับไปเลย

ผมตกใจตื่นคืนนั้น เพราะได้ยินเสียงโทรศัพท์ดัง มองดูเวลาประมาณตี 4 เสียงโทรศัพท์เป็นเสียงเรียกเข้า MP3 เป็นเสียงเด็กประมาณว่า "รับโทรศัพท์ด้วย ช่วยรับโทรศัพท์หน่อย ..." ซ้ำ ๆ ดังมาจากบริเวณตู้มุมห้อง ที่มีกางเกงยีนส์หลายตัวของน้องๆ วางพาด ๆกัน

ตอนนี้ไม่มีใครตื่นนอกจากผม ด้วยความที่คิดว่ามี ญาติทางบ้านของน้องคนไหนมีเหตุด่วนอะไรหรือเปล่า เสียงโทรศัพท์ก็ยังดังอยู่เรื่อย ๆ ดังจนตัดไป แล้วก็ดังอีก

ผมลุกขึ้นจากฟูกนอน เดินไปที่ตู้มุมห้องนั้น ล้วงหาโทรศัพท์มือถือจากตู้ และจากกางเกงยีนส์ ของน้อง ๆ ผมหยิบมาดูทีละเครื่อง บางเครื่องที่ส่งเสียง mp3 ได้ก็ปิดอยู่ เครื่องที่เปิดอยู่ก็เป็นรุ่นโบราณ ผมล้วงหาจนเจอครบ 6 เครื่องแล้วรวมของผมด้วย ไม่รู้ใครมีสองเครื่อง ก็ไม่พบที่มาของเสียงเรียกเข้านั้น

ผมตัดสินใจกลับไปนอนต่อ พักเดียว เสียงก็ดังอีก "รับโทรศัพท์ด้วย ช่วยรับโทรศัพท์หน่อย ..."

 ผมพยายามนอน เผื่อว่าคนโทรจะเลิกล้มความตั้งใจ แต่ก็กลัวจะมีเหตุด่วน ก็เลยลุกไปหาอีกครั้งนึง

คราวนี้ น้องหลายคนบนเตียงได้ยินเสียงจนตื่นแล้ว แต่ไม่ลุก! คงเมาจากเหล้าที่กลืนเข้าไปเยอะ ผมก็บ่นพึมพำ โทรศัพท์ของใครว้า หาไม่เจอ

เสียงยังดังต่อเนื่อง ผมได้ยินถึงความสั่นสะเทือน แบบเปิดสั่นไว้ ผมคลานเ้ข้าไปหาจุดกำเนิดเสียง ดังในตู้นั่นเอง ผมเอาหูแนบก็ได้ยินชัด ในตู้ชัวร์ ทั้งแรงสั่น "อื๊ด..... อื๊ด....." และเสียง "รับโทรศัพท์ด้วย ช่วยรับโทรศัพท์หน่อย ..." แต่มันมืด หาไม่เจอแน่ สงสัยคนก่อนหน้ามาทำโทรศัพท์ตกไว้ในช่องของตู้แน่เลย  ตู้นี้จะมีช่องเล็กๆ พอจะให้มือสอดเข้าไปได้ จากด้านบน ไม่รู้เป็นตู้เอาไว้ทำอะไร

 ผมเลิกล้มความตั้งใจ กลับมานอนต่อ กะว่า เช้าค่อยหาละกัน เสียงโทรศัพท์ดังอีกซักพัก ก็เงียบไป

จนรุ่งเช้า ทุกคนได้ยินเสียงโทรศัพท์หมด แต่ไม่มีใครลุกไหว เมากันหมด และคนที่ไปด้วยกันทั้ง 11 คน ไม่มีใครตั้งเสียงโทรศัพท์นี้

ผมกับน้อง ๆ ช่วยกันหาโทรศํพท์นั้น เอามือล้วงเข้าไปหา มีเศษขยะ เปลือกลูกอม แต่  . . . ไ ม่ มี โ ท ร ศั พ ท์ . . .

ออกจากบ้านเดินไปหาลุง ยังไม่ทันพูดอะไร ลุงก็บอกว่า เมื่อคืน บ้านหลังข้าง ๆ  ถู ก ผี ห ล อ ก ! "เด็กดำไปเล่นด้วย" วิ่งหนีกันกระเจิงออกมาเลย พวกเรางงกันพักนึง แต่ก็ไม่คิดอะไร ถามลุงกับป้าว่า มีใครลืมโทรศัพท์ไว้ก่อนพวกผมมาพักหรือเปล่า เมื่อคืนมีเสียงโทรศัพท์ แต่หาเท่าไหร่ก็หาไ่ม่เจอ

เห็นสีหน้าป้าไม่ค่อยดี แล้วลูกชายป้าที่อยู่ตรงนั้นพูดขึ้นมาว่า สงสัยโทรศัพท์ที่ถวาย "เด็กดำ" นั่นไปแน่เลย ถวายของจริงเลยนะเนี่ย

ประมาณว่า ลุงเลี้ยง "เด็กดำ" ไว้ น่าจะเป็นพวกกุมารทองประมาณเนี้ย

แค่นั้นผมก็ขนลุกซู่เลยอ่ะ เหอ เหอ เหอ ดีนะที่ไม่ปรากฏให้เห็น

 

น่ากลัวมั้ยครับ 

 ทุกวันนี้ ผมยังอยากไปที่นั่นอีกครั้ง เพราะประทับใจในสภาพรีสอร์ทในป่าแบบนั้น จริง ๆ

Comment

Comment:

Tweet

หลอนทีเดียว.. sad smile

#2 By Noar Wolkins on 2010-07-19 07:16

wink wink wink

เรื่องแปลกระหว่างเดินทางนี่ไม่ค่อยอยากจะอ่านเล้ย (แต่อ่านไปแล้ว) เพราะเดินทางบ๊อยบ่อยค่ะ.. เฮ่อๆๆ น่ากลัวเหมือนกันนะนี่.. แถมยังอยากกลับไปอีกด้วย.. ฮ่าๆ

#1 By แอ้ on 2010-07-07 20:13